การใช้งานเตาไฟฟ้าแบบต่างๆอย่างถูกวิธี

19 ธันวาคม 2557

ต้องยอมรับจริงๆว่าในปัจจุบันคนทั่วไปไม่ค่อยใช้เจาแก๊สกันเท่าไหร่นัก ด้วยค่าครองชีพและค่าเชื้อเพลิงพลังงานที่มีราคาสูงขึ้นทุกๆปี และบทบาทของเตาแบบอื่นๆที่ไม่มีการใช้เชื้อเพลิงประเภทแก๊สก็ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเตาไฟฟ้า

                ก่อนอื่นเลยต้องบอกก่อนว่าเตาไฟฟ้าที่มีวางขายในปัจจุบันตามท้องตลาดมีทั้งหมด 3 แบบได้แก่ แบบHot Plate แบบ Ceramic และแบบ Induction ซึ่งมีลักษณะดังนี้

·        เตาไฟฟ้าแบบ Hot Plate 

                เตาแบบนี้หน้าเตาทำจากสแตนเลสให้ความร้อนจากขดลวดใต้แผ่นสีดำ ให้ความร้อนค่อนข้างช้าส่งผลให้การเพิ่ม/ลดความร้อนได้ช้า ดังนั้นเราสามารถปิดเตาก่อนจะประกอบอาหารเสร็จก่อนได้นิดหน่อย ใช้ไฟมาก

·        เตาไฟฟ้าแบบ Ceramic hob

                เตาแบบนี้หน้าเตาบริเวณที่ให้ความร้อนจะทำจาก Ceramic ซึ่งมีคุณสมบัติทนความร้อนได้สูงมาก และรับแรงกระแทกได้มาก ตัวให้ความร้อน คือ ขดลวดไฟฟ้า หลอดอินฟาเรด หรือหลอดฮาโลเจน และจะมีสีแดงขึ้นในบริเวณที่มีความร้อน ให้ความร้อนค่อนข้างช้าส่งผลให้การเพิ่ม/ลดความร้อนได้ช้า ดังนั้นเราสามารถปิดเตาก่อนจะประกอบอาหารเสร็จก่อนได้เช่นกัน

·        เตาแบบไฟฟ้า Induction

                เตาแบบนี้เป็นเตาแม่เหล็กไฟฟ้า หน้าเตาบริเวณที่ให้ความร้อนจะทำจาก Ceramic ในเตาจะมีขดลวดกำเนิดสนามแม่เหล็ก เมื่อสนามแม่เหล็กตัดกับโลหะของภาชนะก็จะเกิดความร้อน แต่ความร้อนจะเกิดที่บริเวณก้นภาชนะที่สัมผัสเตาเท่านั้น หากไม่มีภาชนะวางเตาไฟฟ้าก็จะไม่ทำงาน ทำให้การสูญเสียความร้อนน้อยและประหยัดไฟ แต่ข้อจำกัดคือต้องใช้กับภาชนะที่เป็นโลหะเท่านั้น 

                สรุปได้ว่าเตาทั้ง 3 แบบมีข้อแตกต่างกันตรงที่ 1) การใช้ไฟ โดยเตาไฟฟ้าแบบHot Plate และแบบ Ceramic จะใช้ไฟเยอะกว่าแบบ Induction  2) ความเร็วในการทำความร้อน โดยเตาไฟฟ้าแบบHot Plate และแบบ Ceramic จะใช้เวลาเยอะกว่าแบบ Induction  3) ความเร็วในการปรับระดับความร้อน โดยเตาไฟฟ้าแบบHot Plate และแบบ Ceramic จะใช้เวลาเยอะกว่าแบบ Induction   4) วัสดุของหน้าเตาไฟฟ้า โดยเตาไฟฟ้าแบบHot Plate จะเป็นสแตนเลส แต่แบบ Ceramic และแบบ Induction เป็น ceramic 5) ราคา โดยเตาไฟฟ้าแบบHot Plate จะถูกที่สุด และแบบ Induction จะแพงที่สุด

                วิธีใช้งานเตาไฟฟ้าทั้ง 3 แบบจะใช้เหมือนกัน ทำได้โดยเริ่มจากเสียบปลั๊กของเตาไฟฟ้า  รอจนเตาพร้อมโดยสังเกตที่หน้าปัดจะขึ้น “- -” แสดงว่าพร้อมใช้งานได้โดยหลังจากวางภาชนะที่จะใช้ลงไปแล้วเราต้องเลือกฟังก์ชั่นหรือระดับความร้อนก่อน บางรุ่นจะขึ้นเป็นอุณหภูมิความร้อน บางรุ่นขึ้นไปกำลังไฟฟ้าที่ใช้เป็นวัตต์ บางรุ่นขึ้นเป็นระดับความแรง 1-10 แทน ซึ่งเราต้องศึกษาจากคู่มือการใช้งานที่มากับผลิตภัณฑ์ด้วย หลังจากประกอบอาหารเสร็จแล้วให้กดปุ่ม off เพื่อปิดเตาแม่เหล็กไฟฟ้า  ในกรณีนี้พัดลมที่ทำความเย็นภายในเตาจะยังคงทำงานต่อไป ฉะนั้นหลังการใช้งานจึงไม่ควรจะถอดปลั๊กไฟออกทันที    

                แม้ว่าปัจจุบันจะมีเตาไฟฟ้าให้เลือกอยู่หลายยี่ห้อ แต่ถ้าคิดจะซื้อเตาไฟฟ้าแล้วล่ะก็ ยี่ห้อ คิทเช่นฟอร์ม ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเนื่องจากมีชื่อเสียงในเรื่องของตัวแทนจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ในห้องครัวมานาน ราคาไม่แพง บริการเยี่ยม แถมมีบริการส่งให้อีกต่างหาก คุ้มสุดๆไปเลย